ของทุกปีเป็นวันจัดงาน ประกอบไปด้วยขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ พิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงโขนของกรมศิลปากร และการแสดงทางวัฒนธรรม
นิทรรศการ และ การออกร้าน เพื่อเป็นการส่งเสริม และรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น
นิทรรศการ และ การออกร้าน เพื่อเป็นการส่งเสริม และรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น
ประเพณีวิ่งควาย
เป็นประเพณีเก่าแก่ตั้งแต่ดั้งเดิมของจังหวัดชลบุรีเมื่อประมาณ 100 ปี เศษมาแล้ว ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ณ วัดใหญ่อินทาราม ได้จัดให้มีเทศน์มหาชาติเป็นงานประเพณี โดยเจ้าของกัณฑ์เทศน์ ซึ่งส่วนมากเป็นชาวนาและชาวสวนจะใช้ควายเทียมเกวียน นำเครื่องกัณฑ์ เช่นข้าวเปลือก ข้าวสาร หมาก มะพร้าว กล้วย อ้อย เป็นต้น บรรทุกสิ่งเหล่านี้มาวัดมีการตกแต่งเกวียนให้แลดูสวยงามเป็นต้นว่าหน้าประทุน ร้อยดอกไม้เป็นม่านห้อยและใช้หน่อกล้วยกับต้นอ้อยผูกขนาบสองข้าง เมื่อเกวียนเหล่านี้มาพร้อมรวมกันที่วัดโดยมีเกวียน13เล่ม(13กัณฑ์) มีควายที่ใช้เทียมเกวียน26ตัวจึงมีคนและสัตว์เข้าไปแออัดในวัดเป็นจำนวนมากพอเวลาบ่ายคนขับเกวียนก็ชวนกันขี่ควายไปยังสระบัวซึ่งอยู่ห่างวัดเพื่อให้ควายกินและอาบขณะจึงเกิดมีคนนึกสนุกท้าผู้อื่นให้ขี่ควายแข่งประลอง
ฝีเท้าดูว่าควายของใครมีฝีเท้าเร็วกว่ากันทั้งนี้ผู้ขี่จะต้องระวังไม่ให้ตัวตกลงมา จากหลังควายมิฉะนั้นจะถือว่าแพ้เมื่อได้แข่งกันเป็นที่พอใจแล้วขากลับก็เกิดคะนอง ชวนกันขี่ควายอ้อมตลาดและวิ่งแข่งขันให้คนที่อยู่ในตลาดชมดังนั้นเมื่อถึง
วันขึ้น14ค่ำเดือน11ของปีต่อๆมาควายที่เทียมเกวียนเครื่องกัณฑ์มา
วัดก็นำถูกออกวิ่งในตลาดให้คนชม ต่อมาเจ้าของควายที่อยู่ในตำบลใกล้เคียงนึกสนุกนำควายของตนมาร่วมวิ่งแข่งบ้างทำให้ผู้คนพากันมาดูความสนุกสนานของงานวิ่งควายมากขึ้นจนกลาย เป็นประเพณีที่สืบมาจนถึงทุกวันนี้
เป็นประเพณีเก่าแก่ตั้งแต่ดั้งเดิมของจังหวัดชลบุรีเมื่อประมาณ 100 ปี เศษมาแล้ว ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ณ วัดใหญ่อินทาราม ได้จัดให้มีเทศน์มหาชาติเป็นงานประเพณี โดยเจ้าของกัณฑ์เทศน์ ซึ่งส่วนมากเป็นชาวนาและชาวสวนจะใช้ควายเทียมเกวียน นำเครื่องกัณฑ์ เช่นข้าวเปลือก ข้าวสาร หมาก มะพร้าว กล้วย อ้อย เป็นต้น บรรทุกสิ่งเหล่านี้มาวัดมีการตกแต่งเกวียนให้แลดูสวยงามเป็นต้นว่าหน้าประทุน ร้อยดอกไม้เป็นม่านห้อยและใช้หน่อกล้วยกับต้นอ้อยผูกขนาบสองข้าง เมื่อเกวียนเหล่านี้มาพร้อมรวมกันที่วัดโดยมีเกวียน13เล่ม(13กัณฑ์) มีควายที่ใช้เทียมเกวียน26ตัวจึงมีคนและสัตว์เข้าไปแออัดในวัดเป็นจำนวนมากพอเวลาบ่ายคนขับเกวียนก็ชวนกันขี่ควายไปยังสระบัวซึ่งอยู่ห่างวัดเพื่อให้ควายกินและอาบขณะจึงเกิดมีคนนึกสนุกท้าผู้อื่นให้ขี่ควายแข่งประลอง
ฝีเท้าดูว่าควายของใครมีฝีเท้าเร็วกว่ากันทั้งนี้ผู้ขี่จะต้องระวังไม่ให้ตัวตกลงมา จากหลังควายมิฉะนั้นจะถือว่าแพ้เมื่อได้แข่งกันเป็นที่พอใจแล้วขากลับก็เกิดคะนอง ชวนกันขี่ควายอ้อมตลาดและวิ่งแข่งขันให้คนที่อยู่ในตลาดชมดังนั้นเมื่อถึง
วันขึ้น14ค่ำเดือน11ของปีต่อๆมาควายที่เทียมเกวียนเครื่องกัณฑ์มา
วัดก็นำถูกออกวิ่งในตลาดให้คนชม ต่อมาเจ้าของควายที่อยู่ในตำบลใกล้เคียงนึกสนุกนำควายของตนมาร่วมวิ่งแข่งบ้างทำให้ผู้คนพากันมาดูความสนุกสนานของงานวิ่งควายมากขึ้นจนกลาย เป็นประเพณีที่สืบมาจนถึงทุกวันนี้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น